ยอมถอย! บอร์ดประชารัฐ เคาะคืนสิทธิ บัตรคนจน ให้ประชาชน 4 กลุ่มนี้

วันที่ 23 ก.ค. 2569 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ได้พิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี รอบใหม่อีกครั้งก่อนเสนอ ครม.วันที่ 27 ก.ค.นี้

ทั้งนี้ ที่ประชุมจะยกเว้นเกณฑ์การมีบัญชีหลักทรัพย์ สำหรับผู้ที่ไม่มีการซื้อขาย หรือมีมูลค่าทรัพย์สินในบัญชีต่ำมาก เพื่อให้การคัดกรองสะท้อนฐานะทางเศรษฐกิจที่แท้จริง และช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงมีการผ่อนปรนเกณฑ์ให้แก่ นักศึกษาในระบบการศึกษานอกระบบหรือการศึกษาทางเลือก เช่น ผู้เรียนในระบบ กศน. หรืออาชีวศึกษานอกระบบ ซึ่งส่วนใหญ่จำเป็นต้องทำงานหารายได้ควบคู่กับการเรียน จึงยกเว้นเงื่อนไขดังกล่าวเพื่อให้ยังสามารถได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐต่อไป

นายวินิจ กล่าวว่า ปัจจุบันมีประชาชนเข้ามาขอทบทวนสิทธิแล้วกว่า 3.4 ล้านราย จากจำนวนผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด 9.3 ล้านราย โดยการทบทวนสิทธิครั้งนี้ กว่า 40% เป็นเรื่องรถยนต์ ซึ่งคณะกรรมการพร้อมปรับเงื่อนไขเพื่อดูแลประชาชนที่มีรถเก่า รถสิ้นสภาพ การโอนลอย และการถูกสวมสิทธิซื้อรถยนต์ อย่างไรก็ตาม พบข้อมูลจากการตรวจสอบฐานทะเบียนรถย้อนหลังตั้งแต่ปี 61 มีผู้ถือบัตรเดิมกว่า 2.5 ล้านราย ที่มีการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ หรือรถยนต์มือสอง ซี่งแสดงให้เห็นว่าผู้ถือบัตรกลุ่มนี้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแล้ว

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวถึงปัญหาเกณฑ์การถือครองรถยนต์ ได้แก่ รถโอนลอย รถสิ้นสภาพ รถถูกสวมทะเบียน และรถเก่าที่ไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ยังปรากฏข้อมูลในระบบทะเบียนว่า ที่ประชุมจะเสนอ ครม.ให้ยกเว้นการถือครองรถยนต์อายุ 20 ปีขึ้นไป ยกเว้นการถือครองรถจักรยานยนต์อายุ 15 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ หากเป็นรถใหม่ที่ประสบอุบัติเหตุจนกลายเป็นซากรถหรือสิ้นสภาพ เจ้าของรถสามารถแจ้งกรมการขนส่งทางบกเพื่อขอคืนสิทธิได้

ทั้งนี้ รถที่จะส่งชื่อให้กับกระทรวงการคลังจะเป็นรถที่มูลค่าต่ำ รถเก่าที่ยังคงใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น รถปิกอัพเก่า หรือรถจักรยานยนต์ที่ใช้รับส่งบุตรหลาน และจะไม่คืนสิทธิให้แก่กลุ่มรถที่มีมูลค่าสูง เช่น รถมอเตอร์ไซค์ฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน รถคลาสสิก  เนื่องจากไม่ถือว่าเป็นผู้เดือดร้อนจริง พร้อมกันนี้ กรมการขนส่งฯ จะจัดตั้งระบบวันสต๊อปเซอร์วิส ให้ประชาชนแจ้งข้อมูลได้ที่อำเภอ โดยไม่ต้องเดินทางไปที่ขนส่ง

ด้านนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ในการคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พบว่า มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากเป็นผู้ถือหุ้นหรือกรรมการบริษัทกว่า 139,804 ราย และพบว่า 1 คน เป็นกรรมการในนิติบุคคลมากกว่า 1 แห่ง  อย่างไรก็ตาม ในจำนวนนี้มีกลุ่มที่ดำเนินกิจการเพื่อสาธารณประโยชน์ ไม่ได้เป็นผู้มีฐานะร่ำรวย จึงเห็นชอบให้คืนสิทธิ ได้แก่ กรรมการวิสาหกิจเพื่อสังคม บริษัทประชารัฐรักสามัคคี และวิสาหกิจชุมชน รวมประมาณ 15,000 ราย ขณะเดียวกัน กรมฯ จะส่งข้อมูลที่พบความผิดปกติ เช่น บุคคลรายเดียวเป็นกรรมการหลายสิบหรือหลายร้อยบริษัท หรือกรณีต้องสงสัยเป็นนอมินี ให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายตรวจสอบต่อไป