เรื่องราวชีวิตของ จองกาอึน อดีตนางแบบและนักแสดงสาวชาวเกาหลีใต้ กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังเธอต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต จากผู้หญิงที่เคยมีชื่อเสียงในวงการบันเทิง ต้องตัดสินใจออกจากวงการและเริ่มต้นอาชีพใหม่ด้วยการขับรถแท็กซี่ เพื่อหารายได้เลี้ยงดูลูกสาว หลังชีวิตครอบครัวประสบปัญหาจากคดีฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับอดีตสามี จนทำให้เธอสูญเสียเงินจำนวนมากและต้องรับภาระดูแลลูกเพียงลำพัง

เรื่องราวดังกล่าวถูกเปิดเผยผ่านช่องยูทูบของเธอชื่อ Wonder Ga Eun ซึ่งเธอใช้เล่าถึงชีวิตในปัจจุบัน โดยในวัย 48 ปี เธอกำลังมุ่งมั่นกับการทำงานเป็นคนขับแท็กซี่ แม้อาชีพนี้อาจดูแตกต่างจากเส้นทางเดิมที่เคยอยู่หน้ากล้องและทำงานในวงการบันเทิง แต่สำหรับเธอ การมีรายได้ที่สามารถดูแลตัวเองและลูกสาวได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงเวลานี้
ย้อนกลับไปในอดีต จองกาอึนเริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะนางแบบตั้งแต่ปี 1997 ก่อนจะได้รับความสนใจในวงกว้างมากขึ้นหลังจากได้ตำแหน่งรองชนะเลิศในการประกวดมิสเกาหลีที่เมืองกยองนัมเมื่อปี 2001 เธอทำงานในวงการบันเทิงต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี และยังมีผลงานการแสดงในละครโทรทัศน์หลายเรื่อง หนึ่งในผลงานที่ผู้ชมจดจำได้คือ The Master’s Sun ซึ่งออกอากาศในปี 2013
เส้นทางชีวิตของเธอเริ่มเปลี่ยนไปหลังแต่งงานกับนักธุรกิจ และต่อมาตัดสินใจหย่าร้างในปี 2018 ภายหลังมีการเปิดเผยว่าอดีตสามีของเธอเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงนักลงทุนเป็นเงินจำนวน 13,200 ล้านวอน โดยมีการใช้ชื่อของเธอเข้าไปเกี่ยวข้องกับแผนการดังกล่าวด้วย เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตของจองกาอึนอย่างหนัก และทำให้เธอสูญเสียเงินส่วนตัวไปกว่า 100 ล้านวอน

ตามรายงานระบุว่า หลังเกิดเรื่องอื้อฉาว อดีตสามีได้เดินทางออกนอกประเทศเพื่อหลบเลี่ยงกระบวนการยุติธรรม อีกทั้งยังไม่ได้จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรหรือค่าครองชีพให้เธอและลูกสาวนับตั้งแต่นั้นมา ภาระการดูแลลูกจึงตกอยู่กับจองกาอึนเป็นหลัก ขณะที่เธอต้องเผชิญกับปัญหาทางการเงินและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของตัวเอง
สำหรับคนที่เคยทำงานในวงการบันเทิง การสูญเสียงานและรายได้หลังจากมีชื่อเสียงมาเป็นเวลานานไม่ใช่เรื่องง่าย จองกาอึนยอมรับว่า หลังจากถ่ายทำผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดเสร็จสิ้น เธอก็ไม่มีงานใหม่เข้ามาอีก เมื่อเปิดดูบัญชีธนาคารของตัวเอง เธอรู้สึกหมดแรงและต้องเผชิญกับความจริงว่าชีวิตไม่ได้เป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป
เธอเคยรู้สึกหวาดกลัวอย่างมากเมื่อไม่มีเงิน แต่เมื่อเวลาผ่านไป เธอเริ่มเปลี่ยนมุมมองและพยายามยอมรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยกล่าวว่าเธอจะใช้ชีวิตตามฐานะที่มี เพราะทุกสิ่งในชีวิตล้วนไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ทำให้เธอยังคงเข้มแข็งและเดินหน้าต่อไปได้คือการเลี้ยงดูลูกสาว ซึ่งกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญในการเริ่มต้นชีวิตใหม่
Chapter 2
การตัดสินใจหันมาขับรถแท็กซี่ของจองกาอึนไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีที่มา เพราะอาชีพนี้มีความเกี่ยวข้องกับครอบครัวของเธอมาตั้งแต่เด็ก พ่อของเธอทำงานเป็นคนขับแท็กซี่มานานกว่า 30 ปี และใช้รายได้จากอาชีพดังกล่าวเลี้ยงดูเธอจนเติบโต เธอจึงคุ้นเคยกับการทำงานของคนขับแท็กซี่ และมองเห็นว่าอาชีพนี้สามารถเป็นหนทางในการสร้างรายได้อย่างสุจริตได้
เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องเริ่มต้นใหม่ เธอจึงตัดสินใจเดินตามรอยพ่อ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะสอบให้ผ่านเพื่อประกอบอาชีพคนขับแท็กซี่อย่างจริงจัง สิ่งหนึ่งที่เธอหวังไว้เป็นพิเศษคือ หากสามารถสอบผ่านและเริ่มทำงานได้แล้ว พ่อของเธอจะเป็นผู้โดยสารคนแรกที่ได้นั่งรถแท็กซี่ที่เธอขับ
ท้ายที่สุด จองกาอึนสามารถสอบผ่านและเดินหน้าเข้าสู่อาชีพใหม่ได้สำเร็จ ความสำเร็จครั้งนี้มีความหมายต่อเธอมากกว่าการได้ใบอนุญาตประกอบอาชีพ เพราะเป็นเครื่องยืนยันว่าเธอยังสามารถเริ่มต้นเส้นทางใหม่ได้ แม้จะต้องออกจากวงการบันเทิงและเผชิญกับปัญหาทางการเงินที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็ตาม

เธอยังมองว่าอาชีพคนขับแท็กซี่มีข้อดีในเรื่องความยืดหยุ่นและโอกาสในการสร้างรายได้ หากขยันทำงานก็สามารถมีรายได้ที่เพียงพอต่อการดูแลครอบครัวได้ โดยเธอกล่าวถึงรายได้ที่อาจสูงถึงประมาณ 10 ล้านวอนต่อเดือน หรือราว 230,000 บาท ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลรายได้ที่เธอกล่าวถึง ไม่ได้หมายความว่าคนขับแท็กซี่ทุกคนจะได้รับรายได้เท่ากัน เพราะรายได้จริงย่อมขึ้นอยู่กับชั่วโมงทำงาน จำนวนเที่ยว ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขในการประกอบอาชีพ
สำหรับจองกาอึน การขับแท็กซี่ไม่ได้เป็นเพียงการหาเงินเพื่อเลี้ยงดูลูกสาวเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างจุดมุ่งหมายใหม่ให้กับชีวิต หลังจากต้องผ่านช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสูญเสียและความไม่แน่นอน เธอสามารถกำหนดแนวทางการทำงานของตัวเอง และพยายามสร้างความมั่นคงทางการเงินโดยไม่ต้องรอให้มีงานในวงการบันเทิงเข้ามาเหมือนในอดีต
เธออธิบายว่า แม้หลายคนอาจมองว่าการที่อดีตคนดังต้องเปลี่ยนมาขับแท็กซี่เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง แต่ในมุมของเธอ อาชีพนี้สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงและให้อิสระในการทำงานได้ พร้อมกล่าวถึงความหมายของอาชีพนี้ว่าเป็นงานที่สามารถคืนศักดิ์ศรีให้กับคนที่ต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้

สิ่งที่น่าสนใจคือ จองกาอึนไม่ได้มองว่าการเปลี่ยนอาชีพครั้งนี้เป็นความล้มเหลว แม้เส้นทางชีวิตจะไม่เป็นไปตามที่เคยวางแผนไว้ แต่เธอก็เลือกที่จะยอมรับความจริงและหาวิธีเดินหน้าต่อ แทนที่จะยึดติดกับชื่อเสียงหรือสถานะในอดีต การมีงานทำและสามารถเลี้ยงดูลูกสาวได้ด้วยตัวเองจึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญที่เธอต้องการรักษาไว้
เรื่องราวของเธอยังสะท้อนถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับครอบครัวเมื่อมีปัญหาทางการเงินและคดีฉ้อโกงเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเมื่อผู้ที่ได้รับผลกระทบต้องรับภาระดูแลลูกไปพร้อมกับการสร้างรายได้ใหม่ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับคดีของอดีตสามีและความเสียหายทางการเงินควรพิจารณาตามข้อมูลที่มีการรายงาน ไม่ควรสรุปเกินกว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏ
จากอดีตนางแบบที่เริ่มมีชื่อเสียงตั้งแต่ปี 1997 และนักแสดงที่เคยมีผลงานเป็นที่รู้จักในเกาหลีใต้ วันนี้จองกาอึนกำลังใช้ชีวิตในอีกบทบาทหนึ่ง นั่นคือคนขับแท็กซี่และคุณแม่ที่พยายามสร้างความมั่นคงให้ลูกสาว แม้ต้องเริ่มต้นจากสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่เธอก็เลือกเดินหน้าด้วยอาชีพที่คุ้นเคยจากประสบการณ์ของพ่อ
เส้นทางชีวิตของจองกาอึนจึงเป็นเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากชีวิตในวงการบันเทิงสู่การทำงานหาเลี้ยงครอบครัวด้วยตัวเอง และแม้ชื่อเสียงในอดีตจะไม่สามารถรับประกันความมั่นคงในปัจจุบันได้ แต่ความพยายามในการเริ่มต้นใหม่ก็กลายเป็นสิ่งที่เธอให้ความสำคัญมากที่สุดในเวลานี้
