ด่วน! พรรคเพื่อไทย เเถลงการณ์ ผลประชามติ เห็นชอบ

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการรณรงค์สื่อสารประชามติ และรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และคณะ แถลงข่าวแสดงความยินดีและขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทยที่ร่วมใช้สิทธิออกเสียงประชามติ จนทำให้ประชามติ เห็นชอบ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยผลการออกเสียงประชามติอย่างไม่เป็นทางการ (นับคะแนนแล้ว 94% ณ เวลา 11.00 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์) พบว่า คะแนน เห็นชอบ 19.9 ล้านเสียง และคาดว่าเมื่อนับครบแล้วจะมีผู้เห็นชอบมากกว่า 20 ล้านเสียง

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การตัดสินใจของประชาชนในครั้งนี้คือก้าวสำคัญในการเปิดประตูสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยึดโยงกับประชาชน และสะท้อนเจตจำนงของสังคมไทยต่อการปรับปรุงกติกาสูงสุดของประเทศ ให้เป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น โดยการออกเสียงครั้งนี้เกิดขึ้นควบคู่กับการเลือกตั้งทั่วไป ยิ่งตอกย้ำว่าประชาชนต้องการมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตประเทศผ่านทั้งการเลือกผู้แทน และการร่วมตัดสินใจต่อรัฐธรรมนูญซึ่งเป็น กติกาสูงสุด ที่กำหนดทิศทางประชาธิปไตยไทยระยะยาว คณะกรรมการรณรงค์สื่อสารประชามติและรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พรรคเพื่อไทย จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งพรรคเพื่อไทย ที่ 0017/2568 ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 เพื่อทำหน้าที่สื่อสาร สร้างความเข้าใจ และรณรงค์เชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติในทาง เห็นชอบ อย่างถูกต้องตามกฎหมายและเป็นระบบ

โดยภารกิจดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายพรรคเพื่อไทย ที่ส่งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ข้อที่ 41 นโยบายด้านประชาธิปไตย ซึ่งยืนยันหลักการว่า ประชาชนต้องมีอำนาจมากขึ้น ผ่านกฎหมายที่ตอบโจทย์ประชาชนและการตัดสินใจร่วมกันของประเทศด้วย ประชามติ ทั้งการเปิดทางจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยประชาชนมีส่วนร่วม การรณรงค์ให้ประชาชนใช้สิทธิ ประชามติ เพื่อร่วมตัดสินใจอนาคตประเทศ ตลอดจนการปฏิรูปองค์กรอิสระให้ยึดโยงกับประชาชน ตรวจสอบอำนาจอย่างเป็นธรรมและมีดุลยภาพ

ตลอดช่วงการทำงาน คณะกรรมการฯ เดินหน้ารณรงค์เชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสื่อสารสาธารณะ การพบประชาชนในพื้นที่ และการทำกิจกรรมร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อให้ประชาชน รับรู้-เข้าใจ-ไปใช้สิทธิ-กาเห็นชอบ โดยดำเนินงานควบคู่ทั้งกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ในชุมชน การสื่อสารผ่านเวทีหาเสียงและเวทีปราศรัยเพื่ออธิบายเหตุผลความจำเป็นของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และแนวทางการลงคะแนนให้เข้าใจตรงกัน พร้อมใช้ชุดข้อมูลและสื่อรณรงค์มาตรฐาน เช่น บัตรย้ำเตือน คู่มือ 9 คำถาม-คำตอบสำหรับประชาชน และคู่มือสำหรับผู้สมัคร/ตัวแทนพรรค เพื่อให้การสื่อสารเป็นชุดเดียวกันทั่วประเทศ

นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังจัดวงพูดคุยและเวทีเสวนาขนาดย่อมในหลายภูมิภาค ลงพื้นที่เข้าถึงกลุ่มประชาชนที่หลากหลายรวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อรับฟังข้อเสนอและย้ำสารสำคัญว่า รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของทุกคน ทุกเสียงมีความหมาย อีกทั้งใช้การรณรงค์เชิงสัญลักษณ์ที่เข้าใจง่ายในพื้นที่ชุมชน เช่น การเดินตลาด พบปะประชาชน กิจกรรมมีส่วนร่วมแบบเป็นมิตร ตลอดจนคาราวานและรถแห่ เพื่อสื่อสารให้ถึงบ้านถึงชุมชนและชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิอย่างทั่วถึง

พรรคเพื่อไทย ขอเรียนยืนยันว่า กิจกรรมทั้งหมดมุ่งหมายให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และสามารถใช้สิทธิได้อย่างมีความหมาย ภายใต้กรอบกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยเป้าหมายสำคัญของภารกิจครั้งนี้คือการเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิและร่วมกันทำให้ประชามติ เห็นชอบ สำเร็จตามเจตจำนงของประชาชน และในวันนี้ คณะกรรมการฯ ขอประกาศว่า ภารกิจการรณรงค์บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ และจะสรุปผลการดำเนินงาน บทเรียน ข้อค้นพบ และเจตนารมณ์ของประชาชนนี้ไปยังพรรคเพื่อไทยต่อไป

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของภาคประชาสังคม ภาคีเครือข่าย พรรคการเมืองต่าง ๆ สื่อมวลชนทุกแขนง และที่สำคัญอย่างยิ่งคือพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่รับรู้เข้าใจ มองเห็นปัญหาและความจำเป็นในการที่จะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมกันนี้ คณะกรรมการฯ จึงขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันทำให้การใช้สิทธิครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างมีความหมาย การเห็นชอบ ในประชามติครั้งนี้เป็นก้าวแรกที่สำคัญ แต่เส้นทางสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นของประชาชนยังมีอีกหลายขั้นตอนที่ต้องร่วมกันผลักดันต่อไป

ดังนั้น ภารกิจสำคัญจากนี้จะถูกส่งต่อเข้าสู่ รัฐสภา ซึ่งเป็นกลไกหลักในการเดินหน้าตามเจตนารมณ์ของประชาชน คณะกรรมการฯ ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันผลักดันกระบวนการที่เกี่ยวข้องให้เดินหน้าอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ไม่ปล่อยให้เสียง เห็นชอบ ของประชาชนหยุดอยู่เพียงวันลงคะแนน และนำพลังจากประชามติไปต่อยอดในเวทีนิติบัญญัติอย่างเต็มที่ ผ่านบทบาทของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และพรรคการเมืองต่าง ๆ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนในการออกเสียงครั้งนี้ แต่จะผลักดันผ่านรัฐสภาอย่างเดียวไม่ได้จึงขอให้ทุกฝ่ายชี้แจงและรณรงค์ให้ประชาชนมีข้อมูลและมีส่วนร่วมให้มากที่สุด ให้เกิดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยและเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง