ตามรายงาน ระบุว่า รัฐบาลชุดใหม่จะมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ ด้วยเสียงสนับสนุน 193 เสียง จับมือกับพรรคเพื่อไทย 74 เสียง และพรรคเล็กอื่น ๆ รวม 33 เสียง รวมเสียงฝ่ายรัฐบาลทั้งสิ้น 300 เสียง โดยเว้นพรรครวมไทยสร้างชาติ 2 เสียง ซึ่งจะไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล ส่งผลให้ขั้วฝ่ายค้านมีจำนวน 200 เสียง ประกอบด้วย พรรคประชาชน 118 เสียง พรรคกล้าธรรม 58 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 22 เสียง และพรรครวมไทยสร้างชาติ 2 เสียง
ทั้งนี้ รายงานได้ระบุถึงสาเหตุที่สูตรรัฐบาลออกมาในลักษณะดังกล่าวว่า ประเมินแล้วว่าเสียงสนับสนุน 300 เสียง ถือว่ามีเสถียรภาพเพียงพอต่อการบริหารประเทศ อีกทั้งผู้ใหญ่ในพรรคแกนนำต้องการวางภาพลักษณ์รัฐบาลชุดใหม่ให้มีความกระชับและชัดเจน เพื่อลดแรงต่อรองทางการเมือง และสร้างความพึงพอใจแก่ประชาชน นอกจากนี้ หากดึงพรรคร่วมเพิ่ม จะต้องจัดสรรโควต้ารัฐมนตรีให้พรรคอื่นอีก ซึ่งอาจกระทบต่อสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยที่มี ส.ส. มากถึง 193 เสียง และอีกสาเหตุสำคัญ คือ มีการวางตัวรัฐมนตรีคนนอกไว้แล้ว 5 ตำแหน่ง หากขยายพรรคร่วมเพิ่ม อาจทำให้การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีซับซ้อนมากขึ้น
สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีคนนอกที่มีการวางตัวไว้แล้วนั้น ประกอบด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลด้านกฎหมาย และอีกหนึ่งตำแหน่งคาดว่าจะเป็นนายปรีดี ดาวฉาย ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
ขณะที่พรรคเพื่อไทย ยังคงได้รับการจัดสรร 5 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ส่วนกรณี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย จะเข้าร่วมดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีหรือไม่ แหล่งข่าวระบุว่าเป็นอำนาจการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยเอง
