รวบ “หนุ่มพม่า” ละเมิดปลิดชีพ “สาว 17” คำสารภาพอภัยไม่ได้

รวบแล้ว “หนุ่มเมียนมาร์” ละเมิดปลิดชีพ “น้องกิ๊ง” สาว 17 ปี ฟังคำสารภาพอภัยให้ไม่ได้ หลังรู้จักกันผ่านเฟซบุ๊กแล้วลวงมา

วันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 12.30 น. เกิดเหตุสะเทือนขวัญขึ้นในพื้นที่บ้านสันทรายมูล หมู่ 6 ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย หลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งพบศพหญิงสาวถูกฆาตกรรมภายในที่ดินจัดสรรร้าง

ทันทีที่รับแจ้ง ตำรวจ สภ.แม่สาย พร้อมชุดสืบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลแม่สาย และหน่วยกู้ภัยสยามร่วมใจแม่สาย รีบรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นพื้นที่รกร้าง ไม่มีบ้านเรือนผู้คนอาศัย รายล้อมด้วยทุ่งนาอันเงียบสงบ

 

รวบ "หนุ่มพม่า" ละเมิดปลิดชีพ "สาว 17" คำสารภาพอภัยไม่ได้

 

ในที่เกิดเหตุพบร่างของหญิงสาว ทราบชื่อต่อมาคือ “ณัฐณิชา คำเจริญ” หรือ “น้องกิ๊ง” อายุ 17 ปี อยู่ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย สภาพศพถูกทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม ใกล้กันพบเสื้อชั้นในสีดำ กระเป๋าสะพายสีแดง และเสื้อคลุมแขนยาวสีเทาถูกแขวนอยู่บนกิ่งไม้ ส่วนห่างออกไปประมาณ 10 เมตร พบมีดทำครัวยาวราว 8 นิ้วตกอยู่ในกอหญ้าแห้ง

 

รวบ "หนุ่มพม่า" ละเมิดปลิดชีพ "สาว 17" คำสารภาพอภัยไม่ได้

ความคืบหน้าล่าสุด ช่วงกลางดึกวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 1 ราย คือ “นายชูวิทย์” หรือ “แตม” อายุประมาณ 20 ปี เป็นชาวเมียนมาร์ ก่อนควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ รวมถึงบริเวณปั๊มน้ำมันใกล้แยกห้วยน้ำริน อำเภอแม่สาย

 

รวบ "หนุ่มพม่า" ละเมิดปลิดชีพ "สาว 17" คำสารภาพอภัยไม่ได้

จากการสอบสวนพบว่า ผู้ก่อเหตุรู้จักผู้เสียชีวิตผ่านทางเฟซบุ๊ก ก่อนจะตีสนิทและนัดพบกัน โดยผู้ต้องหาอาศัยอยู่ตามปั๊มน้ำมัน เนื่องจากไม่มีงานทำและไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง

วันเกิดเหตุ ผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า MSX จากตัวเมืองเชียงราย มาพบเพื่อนหญิงที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในอำเภอแม่สาย ก่อนที่ผู้ต้องหาจะออกอุบายชักชวนผู้ตายซ้อนรถไปด้วย โดยอ้างว่าจะไปซื้อกัญชา ทิ้งเพื่อนไว้ที่ปั๊มน้ำมัน

 

รวบ "หนุ่มพม่า" ละเมิดปลิดชีพ "สาว 17" คำสารภาพอภัยไม่ได้

เมื่อไปถึงพื้นที่ร้างในช่วงกลางคืน ผู้ต้องหาได้ลงมือก่อเหตุข่มขืนผู้ตายสำเร็จ จากนั้นผู้ตายพยายามขัดขืนและร้องโวยวาย ทำให้คนร้ายเกิดความโกรธ ใช้มีดที่พกติดตัวมาทำร้ายจนเสียชีวิตคาที่ ก่อนจะนำมีดไปทิ้งในพงหญ้า

หลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้ขโมยรถจักรยานยนต์และโทรศัพท์ไอโฟนของผู้ตายไป พร้อมนำทรัพย์สินบางส่วนไปทิ้งในคลองชลประทานพื้นที่บ้านป่าเหมือด อำเภอแม่สาย

ต่อมา ตำรวจได้เชิญเพื่อนของผู้ตายมาสอบปากคำ ขณะเดียวกันผู้ต้องหายังพยายามแสดงตัวเป็นผู้บริสุทธิ์เข้าพบเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อถูกแยกสอบอย่างละเอียด จึงยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุทั้งหมด โดยมีแรงจูงใจเพื่อข่มขืนและชิงทรัพย์

เจ้าหน้าที่สามารถติดตามยึดของกลางได้ครบถ้วน และได้แจ้งข้อกล่าวหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” รวมถึง “พกพาอาวุธไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายพร้อมเตรียมขยายผลพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อความเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตต่อไป