ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 ที่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพระนครใต้ นำโดย พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ชัยภูมิ และ พ.ต.ท.สุริโย ไชยยอด สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตม. บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี และเจ้าหน้าที่จากกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ออกระดมกวาดล้างจับกุมคนต่างด้าวที่ลักลอบกระทำความผิด และสืบสวนหาข่าวเพื่อป้องกันอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 รวมถึงกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง


จากการปูพรมตรวจค้นและกวดขันในพื้นที่ย่านลุมพินี เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวหญิงต่างด้าวสัญชาติเวียดนามได้จำนวนรวม 10 ราย ขณะที่กำลังเข้าติดต่อ ชักชวน แนะนำตัว ติดตาม หรือรบเร้าบุคคลตามท้องถนนและสาธารณสถาน เพื่อการค้าประเวณี ซึ่งการกระทำดังกล่าวนอกจากจะเป็นการเปิดเผยน่าอับอายแล้ว ยังสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สัญจรไปมาในบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก ทางเจ้าหน้าที่กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวจึงได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับเป็นพินัยแก่ผู้ต้องหาทั้ง 10 ราย รายละ 1,000 บาท ตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีฯ

อย่างไรก็ตาม มาตรการทางกฎหมายไม่ได้จบลงเพียงแค่การปรับเงินเท่านั้น หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการของทาง พม. ทาง สน.ลุมพินี ได้ทำหนังสือแจ้งเหตุพฤติการณ์ดังกล่าวไปยัง กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ทันที ซึ่งทาง พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติกรรมของคนต่างด้าวกลุ่มนี้เข้าข่ายเป็นภัยต่อสังคมและขัดต่อความสงบเรียบร้อย จึงได้ลงนามอนุมัติเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 12 (8) แก่หญิงชาวเวียดนามทั้ง 10 รายในทันที ก่อนจะควบคุมตัวทั้งหมดส่งไปยัง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อเข้าสู่กระบวนการกักตัวและดำเนินการผลักดันส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักร พร้อมทั้งขึ้นบัญชีต้องห้ามในการเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยต่อไป

