ผู้ถูกร้องชี้แจงว่า บัญชีดังกล่าวเป็นของนายธีรวัฒน์ ซารัมย์ พี่ชาย ซึ่งเป็นทหารผ่านศึกนอกประจำการ และเป็นบุคคลไร้ความสามารถที่อยู่ในความดูแลของตน
อย่างไรก็ตาม ศาลได้พิจารณารายการเดินบัญชีและพยานหลักฐานต่าง ๆ แล้วเห็นว่า ข้อต่อสู้ของผู้ถูกร้องไม่มีน้ำหนักเพียงพอรับฟังได้ และยังปรากฏข้อพิรุธหลายประการ โดยพบว่ารายการฝากถอนเงินบำนาญของพี่ชายในบัญชีเดิมไม่สอดคล้องกับจำนวนเงินที่นำไปซื้อสลากออมสิน
นอกจากนี้ เงินฝากในทั้งสองบัญชียังมีลักษณะเป็นการจัดทำเส้นทางการเงินให้สอดรับกับคำให้การ เช่น การถือเงินสดจำนวน 1 ล้านบาทไว้เป็นเวลาหลายเดือน ก่อนนำฝากเข้าบัญชีของตนเองเพียง 5 วัน แล้วถอนออกไปซื้อสลากออมสิน ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่ผิดไปจากวิสัยของบุคคลทั่วไป
เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าพยานหลักฐานไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะเชื่อได้ว่าเงินดังกล่าวเป็นของพี่ชาย ประกอบกับบัญชีธนาคารทั้งสองบัญชีมีชื่อผู้ถูกร้องเป็นเจ้าของบัญชี ศาลจึงรับฟังได้ว่าเงินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของผู้ถูกร้อง ซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินให้ครบถ้วน
การกระทำดังกล่าวจึงเข้าข่ายจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ
ศาลจึงมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกร้องพ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก นับตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่ศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป และลงโทษจำคุก 3 เดือน ปรับ 10,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้เป็นเวลา 1 ปี
