ไม่ใช่ 3.5 ล้าน พ่อเผยยอดเงินเยียวยา “ติ๊ก ชิโร่” จ่ายมาแล้วล่าสุด

ไม่ใช่ 3.5 ล้าน พ่อของผู้เสียชีวิต เผยยอดเงินเยียวยาที่ “ติ๊ก ชิโร่” จ่ายมาแล้วล่าสุด ทั้งนี้ สองฝ่ายยังไม่สามารถตกลงกันได้

วันนี้ (24 มิ.ย.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญามีนบุรี นายมนัสวิน นันทเสน หรือ “ติ๊ก ชิโร่” นักร้องดัง พร้อมทนาย ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาในคดีขับตู้ชน 2 พี่น้องเสียชีวิต บนสะพานข้ามแยกถนนเทพรักษ์ เมื่อคืนวันที่ 10 ตุลาคม 2567 โดยศาลมีคำพิพากษา จำคุกจำเลย 4 ปีในคดีขับรถขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต

ไม่ใช่ 3.5 ล้าน พ่อเผยยอดเงินเยียวยา ติ๊ก ชิโร่ จ่ายมาแล้วล่าสุดไม่ใช่ 3.5 ล้าน พ่อเผยยอดเงินเยียวยา ติ๊ก ชิโร่ จ่ายมาแล้วล่าสุด

แต่จำเลยให้การรับสารภาพ คงเหลือจำคุก 2 ปี ถึงแม้ว่าจำเลยจะมีความสำนึกไปร่วมงานศพแสดงความเสียใจพร้อมทั้งมีการเยียวยาในเบื้องต้นแต่ยังไม่สามารถตกลงค่าชดใช้กันได้ รวมทั้งพฤติกรรมของจำเลย ไม่มีการหลีกเลี่ยงเรื่องของการขับรถ ซึ่งเป็นการกระทำที่ร้ายแรง จึงไม่รอลงอาญา พร้อมทั้งเพิกถอนใบขับขี่ตามคำร้องของโจทก์ร่วม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทนายความจำเลยอยู่ระหว่างการยื่นประกันตัว และอุทธรณ์คดี

อย่างไรก็ตามในคดีนี้ จำเลยได้มีการเยียวยาในเบื้องต้นแล้วรวมทั้งสิ้น 3 ล้าน แต่ทางโจทย์ได้มีการฟ้องแพ่งโดยเรียกค่าเสียหาย 21 ล้านก่อนจะต่อรองกัน เหลือ 18 ล้าน ซึ่งทางจำเลยมองว่าเป็นตัวเลขที่สูงเกินไป คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่งมีนบุรี ซึ่งวันนี้จำเลยสามารถรับเงิน 500,000 บาท ที่ทางจำเลยมายื่นเยียวยาต่อหน้าศาลกลับไปได้เลยและเงินส่วนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีแพ่ง

 

ด้านนาย จีรวัฒน์ บิดาของผู้เสียชีวิต กล่าวภายหลังฟังคำพิพากษาว่า แม้จะน้อมรับคำตัดสินของศาล แต่ยังรู้สึกไม่สบายใจ เนื่องจากมองว่าบทลงโทษจำคุก 2 ปี เป็นโทษที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับการสูญเสียชีวิตของคนถึง 2 คน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะหารือกับทนายความเพื่อพิจารณาแนวทางทางกฎหมาย และศึกษารายละเอียดว่ามีประเด็นใดที่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้บ้าง

 

ส่วนกรณีเรื่องเงินเยียวยา ยืนยันว่าที่ผ่านมาระยะเวลาเกือบ 2 ปี ติ๊ก ชิโร่ ไม่เคยติดต่อมา แต่ยอมรับว่ามีการเยียวยาคาปลงศพและค่ารักษาพยาบาลจริง แต่เป็นจำนวนเงิน 250,000 บาท ซึ่งรวมกับเงิน พ.ร.บ.รถ และเงินที่ได้จากการเล่นคอนเสิร์ต สำหรับเงินจำนวน 500,000 บาท ที่นำมาวางต่อศาลในวันนี้ หากรวมกับเงินที่เคยจ่ายก่อนหน้านี้ จะทำให้ยอดเงินช่วยเหลือทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านบาท ไม่ใช่ 3.5 ล้านบาทตามที่มีการกล่าวอ้าง

ขณะที่ประเด็นการฟ้องร้องทางแพ่ง นายจีรวัฒน์ระบุว่า ตัวเลขค่าเสียหาย 24 ล้านบาทที่ปรากฏตามข่าวนั้นไม่ใช่ยอดเรียกร้องที่แท้จริง แต่เป็นเพียงการคำนวณมูลค่าความเสียหายตามหลักกฎหมาย โดยขณะนี้ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถตกลงกันได้ แม้คดีจะอยู่ในชั้นพิจารณาของศาลแพ่งแล้วก็ตาม แต่ส่วนตัวก็ยินดีจะเจรจา โดยจะต้องหารือกับทนายความถึงตัวเลขที่เหมาะสมอีกครั้ง

 

นอกจากนี้ยังติดใจเรื่องของปริมาณเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ไม่ได้ตรวจทันทีในตอนที่เกิดเหตุ แต่เป็นการตรวจย้อนหลังไป 7 ชั่วโมง ทำให้ปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 106 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งตนไม่รู้ว่า จะมีผลตามข้อกฎหมายหรือไม่เพราะตัวเลขห่างกันเยอะ หากมีการตรวจแอลกอฮอล์ณที่เกิดเหตุทันที อาจจะสูงกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์