ผิดคาดเลย เปิดผลตรวจปัสสาวะ พระสงฆ์ภายใน วัดป่าอดุลยาราม จังหวัดขอนแก่น หลัง ป้าดา บอกเป็นแหล่งมั่วสุม ไม่ใช่วัด
หลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น เปิดใจหลังเดินทางกลับจากฟอกไต ยืนยันไม่หวั่นเรื่องความปลอดภัย แม้ข้อพิพาทเรื่องที่ดินจะกลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง เผยที่ผ่านมาเคยมีหญิงปริศนามาเรียกหน้าประตูวัดช่วงตี 4 พร้อมขอเจ้าหน้าที่รัฐวางตัวเป็นกลาง ระบุฝ่ายทายาทเคยแจ้งให้เข้ามาตรวจปัสสาวะพระภายในวัดถึง 4 ครั้ง แต่ยังไม่มีการเปิดเผยผลตรวจอย่างเป็นทางการ

ที่วัดป่าอดุลยาราม ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เดินทางกลับจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ หลังเข้ารับการฟอกไตตามที่แพทย์นัดหมาย โดยทันทีที่มาถึง ญาติโยมที่มารอพบต้องช่วยกันประคองหลวงพ่อเดินเข้าไปภายในกุฏิ เนื่องจากอยู่ในอาการอ่อนเพลียหลังเข้ารับการรักษา
จากนั้น นางนัดดา พี่สาวของหลวงพ่อ พร้อมญาติโยมและสื่อมวลชน ได้เดินตามเข้าไปภายในกุฏิ ก่อนที่พี่สาวจะสอบถามอาการเจ็บป่วยและแสดงความห่วงใย โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ข้อพิพาทเรื่องที่ดินของวัดที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้
หลวงพ่อเปิดเผยกับพี่สาวว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลความเรียบร้อย และในช่วงที่ไม่มีตำรวจ ก็ยังมีโยมอุปัฏฐากคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ หลวงพ่อระบุว่า ตัวเองก็เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น โดยหากมีญาติโยมเดินทางมาเข้าพบ จะต้องมีคนของวัดอยู่ด้วยเสมอ ส่วนหากต้องเดินทางออกไปทำกิจนิมนต์นอกวัด ก็จะไม่เดินทางเพียงลำพัง

- เผยเคยมีหญิงปริศนาเรียกหน้าประตูตี 4
หลวงพ่ออดุลสารนิเทศยังเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยมีหญิงรายหนึ่ง ซึ่งหลวงพ่อระบุว่าเป็นบุคคลที่ไม่หวังดี เดินทางมาเรียกอยู่บริเวณหน้าประตูวัดในช่วงเวลาประมาณ 04:00 น. แต่หลวงพ่อไม่ได้ออกไปพบ
อย่างไรก็ตาม หลวงพ่อระบุว่า ไม่ได้รู้สึกกลัวว่าจะถูกทำร้าย แต่สิ่งที่กังวลมากกว่าคือการถูกแบล็กเมล หรือถูกนำเรื่องราวบางอย่างไปใช้สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง

- ขอเจ้าหน้าที่รัฐทำงานเป็นกลาง
ขณะเดียวกัน หลวงพ่อยังกล่าวถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับข้อพิพาท โดยขอให้เจ้าหน้าที่วางตัวเป็นกลาง และไม่เอนเอียงไปปฏิบัติตามคำร้องหรือคำสั่งของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินไป
หลวงพ่อระบุว่า ที่ผ่านมา ฝ่ายทายาทเคยแจ้งให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาตรวจปัสสาวะพระภายในวัด โดยมีการแจ้งทั้งหมด 4 ครั้ง และเจ้าหน้าที่ก็เดินทางเข้ามาตรวจทั้ง 4 ครั้ง
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่มีการเปิดเผยต่อสื่อในขณะนี้ ยังไม่มีรายละเอียดหรือเอกสารยืนยันผลการตรวจปัสสาวะทั้ง 4 ครั้งว่าเป็นอย่างไร จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการตรวจพบหรือไม่พบสารเสพติด รวมถึงไม่ควรนำผลตรวจที่ยังไม่มีการยืนยันมาเชื่อมโยงกับพระรูปใด

หลวงพ่อกล่าวว่า เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะเมื่อมีการแจ้งเรื่องเข้ามา เจ้าหน้าที่ก็จำเป็นต้องเข้าตรวจสอบ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวกับการตรวจสอบดังกล่าว เพียงต้องการให้การปฏิบัติหน้าที่ของทุกฝ่ายเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและเป็นกลาง
ทั้งนี้ หลวงพ่ออดุลสารนิเทศยืนยันว่า ไม่กลัวสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่มีความคิดที่จะย้ายออกจากวัด ยังคงต้องการอยู่ดูแลวัดต่อไป เพื่อให้เป็นสถานที่ที่ชาวบ้านสามารถเข้ามาพึ่งพาอาศัยได้
หลังจากพูดคุยและให้กำลังใจกันอยู่ไม่นาน นางนัดดา พี่สาวของหลวงพ่อ ได้เดินทางกลับบ้าน ขณะที่หลวงพ่อยังคงพักผ่อนอยู่ภายในกุฏิ ท่ามกลางญาติโยมและผู้ดูแลที่คอยอยู่ใกล้ชิด
ในช่วงตอนหนึ่งในรายการโหนกระแสชื่อตอน “ฉันเอง “ดา” ปืนกล!!! และพวกพ้องของเค้า” ในขณะที่ ป้าดา กำลังอธิบายเหตุผลในส่วนของตนเองอยู่นั้น หนุ่ม กรรชัย ได้ เสริมข้อมูลที่ได้จาก ป้าดา ว่า ตอนบอกให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจปัสสาวะพระภายในวัด ผลปรากฎว่า เจอฉี่ม่วงแค่ 1 รูป และมีข้อมูลยืนยันว่า รูปที่พบฉี่ม่วงไม่ใช่เจ้าอาวาส
อย่างไรก็ตามจากคำยืนยันของเจ้าหน้าที่ระบุว่า ในการตรวจสอบแต่ละครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจปัสสาวะพระ ลูกวัด และบุคคลที่อยู่ภายในวัด โดยผลส่วนใหญ่ไม่พบสารเสพติด มีเพียงครั้งหนึ่งที่ตรวจพบสารเสพติดในเด็กวัด 1 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีตามกฎหมายไปแล้ว

