ทนายวิฑูรย์ชี้จุดสำคัญ! “ก๊อต อธิป” เข้ามอบตัวเอง มีผลต่อการประกันตัว เผยโทษยักยอก-ฉ้อโกงต่างกันคนละเรื่อง

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ทนายวิฑูรย์ เก่งงาน เปิดเผยในรายการ “เรื่องใหญ่รายวัน” ภายหลัง ก๊อต อธิป เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมองว่าการเดินทางเข้ามอบตัวด้วยตัวเอง ไม่ได้รอให้ตำรวจบุกจับ ถือเป็นประเด็นสำคัญที่อาจมีผลต่อการพิจารณาประกันตัว เพราะในคำร้องสามารถระบุได้ว่าเป็นการเข้ามอบตัว ไม่ใช่การถูกจับกุม

ทนายวิฑูรย์อธิบายว่า ต้องแยกข้อกล่าวหาให้ชัดเจน โดยหากเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และกรณีกระทำหลายกรรม แม้จะมีจำนวนเงินมาก โทษสูงสุดรวมก็มีเพดานตามกฎหมายไม่เกิน 10 ปี แต่หากเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน โทษอาจสูงถึง 20 ปี
ส่วนประเด็นข้อหาฟอกเงิน ทนายวิฑูรย์มองว่า ก๊อตอาจไม่ต้องรับโทษจำคุกเลยก็ได้ แต่ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกล่าวหาให้ชัดเจน เพราะหากข้อเท็จจริงเป็นเพียงการยักยอกเงินมูลนิธิ ก็ต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินหรือไม่

ด้าน อ.โต้ง ระบุว่า ขณะนี้ยังต้องรอดูว่าพนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อกล่าวหาใด เพราะต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน โดยอาจมีประเด็นความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ส่วนการที่ก๊อตเดินทางเข้ามอบตัวเอง อาจนำมาใช้ต่อสู้ประกอบคำร้องขอประกันตัวได้ว่าไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และมีความตั้งใจเข้าพบเจ้าหน้าที่ ซึ่งอาจมีน้ำหนักในการพิจารณาของศาล

อ.โต้ง ยังกล่าวถึงภาพของการสวมสูทและแว่นดำเข้าพบตำรวจว่า การตกเป็นผู้ต้องหาไม่ใช่เรื่องสนุก เพราะต้องสูญเสียอิสรภาพและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งท้ายที่สุดอาจต้องเข้าเรือนจำได้ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือไม่ควรกระทำความผิดตั้งแต่แรก
ขณะที่ประเด็นว่าบุ๋ม ปนัดดา และก๊อต อธิป ได้พูดคุยกันก่อนเกิดเหตุการณ์นี้หรือไม่ อ.โต้ง มองว่าเป็นไปได้ที่ทั้งสองฝ่ายรวมถึงทีมทนายจะมีการหารือกัน เพื่อวางแนวทางการให้ข้อมูลและคำให้การให้สอดคล้องกัน โดยอาจมีการพิจารณาถึงแนวทางที่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้รับโทษเบาลง เพื่อให้ยังสามารถอยู่ดูแลลูกได้ อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ปรากฏ
ท้ายที่สุด ทนายวิฑูรย์ฝากถึงกรณีนี้ว่า อยากให้เป็นบรรทัดฐานในการพิจารณาเรื่องการประกันตัว โดยมองว่าทั้งสองคนไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี จึงอยากให้ได้รับการประกันตัว ไม่ใช่ถูกนำตัวไปคุมขังแล้วภายห
