วันที่ 31 ม.ค. 69 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เจาะสนามเลือกตั้ง 69” ทาง TOP NEWS ถึงนโยบายเรือธงของพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยให้ความสำคัญที่การปฏิรูปโครงสร้างประเทศในระยะยาวผ่านการพัฒนาเด็กและเยาวชนควบคู่ไปกับการลดราคาพลังงานทั้งระบบ โดยระบุว่า นอกจากงานด้านพลังงานที่ต้องการเข้ามาทำให้เสร็จ งานด้านการศึกษาก็เป็นอีกสิ่งที่ต้องการเข้ามาบริหาร เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงที่มีความจำเป็นต่อการวางรากฐานประเทศในระยะยาว

นายพีระพันธุ์ ระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ชูแนวคิด “อยากเรียนอะไร ต้องได้เรียน” เพราะในปัจจุบันการจัดการศึกษามักมองที่ตัววิชา มากกว่ามองที่ตัวคน ขณะที่ประเทศยังขาดทิศทางที่ชัดเจนว่าต้องการพัฒนากำลังคนด้านใด ทำให้ระบบการศึกษาผลิตบุคลากรไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน จึงต้องการปรับหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องและร่วมมือกับภาคเอกชนในการออกแบบระบบการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ประกอบอาชีพได้จริง
นอกจากนี้ นายพีระพันธุ์ยังเสนอให้ยกเลิกการสอบแข่งขันเข้าเรียน เพื่อลดปัญหาความเครียดของนักเรียนและผู้ปกครอง ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเรียนพิเศษ ลดความเหลื่อมล้ำทางโอกาส และย้ำว่าการประเมินควรอยู่ที่การเรียนให้จบตามความสามารถของแต่ละบุคคล รวมถึงไม่จำกัดระยะเวลาการจบการศึกษา เปิดโอกาสให้เรียนและทำงานควบคู่กันได้ และสามารถโอนหน่วยกิตระหว่างสถาบัน เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสทางการศึกษาอย่างแท้จริง
นายพีระพันธุ์ ยังระบุถึงกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยมีแนวคิดจะปรับจากการเป็น “กองทุนกู้ยืม” ไปสู่ “กองทุนการศึกษา” โดยแยกลูกหนี้ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ตั้งใจไม่ชำระหนี้ กลุ่มที่ไม่มีงานทำ และกลุ่มที่มีรายได้แต่มีภาระครอบครัว พร้อมเสนอให้ยกเลิกการบังคับคดีกับลูกหนี้ที่ไม่ได้ตั้งใจโกง นอกจากนี้ยังเสนอระบบ “ใช้หนี้ด้วยงาน” โดยเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ กยศ. ที่ไม่มีงานทำ เข้ามาทำงานดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งจะช่วยให้ลูกหนี้มีรายได้ สังคมได้รับการดูแล และรัฐไม่ต้องเสียต้นทุนในการฟ้องร้องคดี

