วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานจากรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ประเด็นครูสาวจบชีวิตตนเอง หลังถูก ผอ.เรียกพบ โดยสารวัตรต้น นายตำรวจหนุ่ม ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับ ครูปอ แฟนสาว ครูปอทำงานเป็นครูในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ และได้รับมอบหมายให้ดูแลด้านการเงินของโรงเรียน ทั้งนี้ สารวัตรต้นยืนยันว่า แฟนสาวไม่มีประวัติป่วยทางจิตเวชหรือมีภาวะซึมเศร้าแต่อย่างใด
สารวัตรต้นเล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา วันนั้นครูปอขับรถไปทำงานตามปกติ ก่อนจะถูก ผอ.เรียกพูดคุยหลังเคารพธงชาติ จากนั้นแฟนสาวมีอาการหุนหันพลันแล่นและขับรถออกจากโรงเรียนไป โดยตนไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งช่วงเย็นไม่สามารถติดต่อได้ และครูปอไม่กลับบ้าน จึงตัดสินใจไปที่โรงเรียนเวลาประมาณ 2 ทุ่ม แต่ไม่พบใคร ผู้เข้าเวรแจ้งว่า ครูปอออกจากโรงเรียนตั้งแต่เวลาประมาณ 9 โมงเช้า ทำให้ตนตกใจและออกตามหาตลอดทั้งคืน
กระทั่งพบรถของครูปอจอดอยู่ภายในสวนสาธารณะสันทราย เมื่อเข้าไปตรวจสอบภายในรถก็พบว่าแฟนสาวได้รมควันจบชีวิตตนเอง สร้างความเสียใจอย่างหนัก หลังเสร็จสิ้นงานสีดำ สารวัตรต้นพยายามหาความจริง โดยตรวจสอบโทรศัพท์ของแฟนสาว และพบจดหมายลาที่เขียนทิ้งไว้ ระบุข้อความว่า

รถคันนี้ ขายแล้วเอาเงินมาคืนพี่ ได้เลย เราเครียดกับงาน เครียดกับคน หลายๆ สิ่งรวมกันเบื่อมากๆ กับการที่ต้องถูกจับผิด ทั้งๆ ที่พยายาม แก้แล้วแก้อีก สุดท้าย ก็ไม่เคยดีขึ้นเลย บัญชี- ใส่รหัส- เปิดเอาเงินโอนให้ระดับ ม.6 ค่าหนังสือรุ่น ค่าเงินเก็บครู ค่าเงินเก็บ น.ร. 170,141 บาท บัญชีเงินกรุงเทพ เงินกองกลางไฟกิ่ง วางบนโต๊ะรับแขก เอาไปให้ป้า ดูแลต่อเลยนะคะ
สารวัตรต้นกล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบยังพบว่า ครูปอเคยค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการจบชีวิต และมีการเตรียมอุปกรณ์ไว้ล่วงหน้า โดยเชื่อว่าสาเหตุหลักมาจากความเครียดเรื่องงาน ก่อนหน้านี้แฟนสาวถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน หลังมีเงินของโรงเรียนหายไปหลักล้านบาท ครูปอเคยเล่าให้ฟังว่า ผอ.ให้เก็บเงินของโรงเรียนไว้ในบัญชีส่วนตัว ทั้งที่เป็นเงินของโรงเรียน ก่อนจะถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าทุจริตในภายหลัง

หลังจากนี้ สารวัตรต้นยืนยันว่าจะเดินหน้าร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับครูปอ ซึ่งเป็นครูผู้น้อยที่ถูกกดดันจากการทำงาน และไม่ต้องการให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับครูหรือบุคลากรทางการศึกษาคนอื่นอีกต่อไป
เรียบเรียงโดย มุมข่าว
