โรงแรมแห่งนี้เปิดให้บริการในปี 2006 และมีชื่อเสียงด้านการตกแต่งอันหรูหรา รวมถึง “ทางเดินทองคำ” ที่ประดับด้วยแท่งทองคำจำนวนหลายสิบแท่งบริเวณทางเข้า
อย่างไรก็ตาม บริษัทแม่ในฮ่องกง Emperor Entertainment Hotel Ltd ระบุในเอกสารแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันพุธว่า แม้ทองคำดังกล่าวจะช่วยสร้างบรรยากาศที่ “หรูหราโอ่อ่าและเปล่งประกาย” ให้กับโรงแรม แต่ “ภายใต้สภาวะตลาดในปัจจุบัน” บริษัทมองเห็นว่าเป็น “โอกาสที่ดี” ในการรื้อถอนและนำทองคำออกมาจำหน่าย
กลุ่มบริษัทระบุว่า ได้ขาย “แท่งทองคำจำนวนหนึ่ง น้ำหนักรวม 79 กิโลกรัม” ให้กับโรงถลุงโลหะมีค่าในฮ่องกง คิดเป็นมูลค่า 12.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 403.6 ล้านบาท) พร้อมเสริมว่า การขายครั้งนี้จะ “ช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินของกลุ่มบริษัท และเอื้อให้สามารถนำเงินไปลงทุน หากมีโอกาสการลงทุนที่เหมาะสมเกิดขึ้น”
มาเก๊าเคยเป็นอาณานิคมของโปรตุเกสนานถึง 442 ปี ก่อนจะถูกส่งมอบอำนาจการปกครองคืนให้จีนในปี 1999 ปัจจุบันมาเก๊าเป็นหนึ่งในสองเขตบริหารพิเศษของจีน ร่วมกับฮ่องกง ซึ่งได้รับสิทธิในการปกครองตนเองในระดับที่สูงกว่าพื้นที่อื่นของจีนแผ่นดินใหญ่
มาเก๊ายังคงเป็นพื้นที่เดียวในจีนที่อนุญาตให้มีการพนันในคาสิโนได้อย่างถูกกฎหมาย และดินแดนขนาดราว 13 ตารางไมล์ (33 ตารางกิโลเมตร) แห่งนี้ เคยเป็นผู้นำของโลกด้านรายได้จากการพนันในปี 2025
อย่างไรก็ดี ภายใต้แรงกดดันจากรัฐบาลปักกิ่งให้กระจายโครงสร้างเศรษฐกิจ คาสิโนหลายแห่งในมาเก๊าได้ปรับทิศทาง ลดบทบาทธุรกิจการพนันลง ท่ามกลางกฎระเบียบท้องถิ่นที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงโรงแรมแกรนด์เอ็มเพอเรอร์ ซึ่งได้ปิดคาสิโนของตนลงในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
ในเอกสารแจ้งต่อตลาดครั้งล่าสุด กลุ่มบริษัทระบุว่า ภายหลังการยุติกิจกรรมด้านเกมพนันภายในสถานที่ ขณะนี้บริษัทกำลัง “วางแผนอย่างจริงจังสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกด้านความบันเทิงและสันทนาการรูปแบบอื่น” โดยล็อบบี้ที่เคยประดับด้วยทองคำของโรงแรมก็มีแผนจะได้รับการปรับปรุงและพัฒนาใหม่
“เมื่อพื้นที่ที่เกี่ยวข้องมีแผนจะได้รับการปรับปรุงและพัฒนาใหม่ โลหะมีค่าที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบตกแต่งภายในของโรงแรม จึงไม่สอดคล้องกับธีมของโรงแรมในอนาคตอีกต่อไป” บริษัทระบุ
ขณะเดียวกัน นโยบายการค้าที่ไม่แน่นอนและการปรับขึ้นลงของภาษีนำเข้า ซึ่งถูกกำหนดโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ นับตั้งแต่กลับเข้าทำเนียบขาวในเดือนมกราคม 2025 ได้ผลักดันให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา นักลงทุนจำนวนมากหันไปถือครองโลหะมีค่าในช่วงที่สภาวะเศรษฐกิจมหภาคเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เนื่องจากทองคำสามารถรักษามูลค่าได้ดีกว่าสกุลเงินทั่วไปและตลาดหุ้น
ข้อมูล theguardian
