พรรคประชาชน จี้รัฐบาลแถลงความจริง ปมตัวเลขน้ำมันสำรองไทย หลังข้อมูลรัฐไม่ตรงกัน เรียกร้องเปิดข้อมูลชัด เพื่อให้ประชาชนเตรียมรับมือวิกฤตพลังงาน
พรรคประชาชน เรียกร้องรัฐบาลแสดงความจริงใจต่อประชาชน กรณีสถานการณ์พลังงาน หลังความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย

โดยพรรคประชาชนระบุว่า รัฐบาลควรแสดงความจริงใจ แถลงให้ชัด! เรื่องพลังงาน ประชาชนจะได้เตรียมตัวรับมือได้ พรรคประชาชนขอเรียกร้องรัฐบาล 5 ข้อ ขอรัฐบาลแสดงความจริงใจกับประชาชนได้แล้ว
- พูดให้ชัดว่ามีน้ำมันสำรองเหลือเพียง 38 วัน ต่ำกว่าที่คาด
- ประชาชนต้องเริ่มใช้พลังงานไฟฟ้า-น้ำมันอย่างประหยัดได้แล้ว
หลังสถานการณ์ขัดแย้งระหว่างอิหร่าน-สหรัฐอเมริการุนแรงขึ้น ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการใช้พลังงานมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ นายอนุทินฯ นายกรัฐมนตรีออกมาบอกว่าไทยมีน้ำมันสำรองเกิน 60 วัน ทั้งที่กระทรวงพลังงานแถลงไปก่อนหน้าแล้วว่าไทยมีน้ำมันสำรองเพียง 38 วันเท่านั้น และรัฐบาลยังไม่มีท่าทีใดๆ ที่เป็นการส่งสัญญาณเตือนเพื่อให้ประชาชนรับมือต่อภาวะวิกฤตจากความเสี่ยงด้านพลังงานที่อาจเกิดขึ้นได้
พรรคประชาชนขอเรียกร้อง 5 ข้อ ที่รัฐบาลสามารถเริ่มทำได้ทันที!
หลังสถานการณ์ขัดแย้งระหว่างอิหร่าน-สหรัฐอเมริการุนแรงขึ้น ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการใช้พลังงานมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ นายอนุทินฯ นายกรัฐมนตรีออกมาบอกว่าไทยมีน้ำมันสำรองเกิน 60 วัน ทั้งที่กระทรวงพลังงานแถลงไปก่อนหน้าแล้วว่าไทยมีน้ำมันสำรองเพียง 38 วันเท่านั้น และรัฐบาลยังไม่มีท่าทีใดๆ ที่เป็นการส่งสัญญาณเตือนเพื่อให้ประชาชนรับมือต่อภาวะวิกฤตจากความเสี่ยงด้านพลังงานที่อาจเกิดขึ้นได้
พรรคประชาชนขอเรียกร้อง 5 ข้อ ที่รัฐบาลสามารถเริ่มทำได้ทันที!
1) รณรงค์ให้ประชาชนเริ่มใช้พลังงานทั้งน้ำมันและไฟฟ้าอย่างประหยัด เพราะมีความเสี่ยงที่น้ำมันอาจขาดแคลนได้ เราต้องเริ่มประหยัดการใช้พลังงานได้แล้ว เพื่อให้รับมือกับภาวะวิกฤตที่อาจขาดแคลนพลังงานในอนาคตได้
2) รัฐบาลต้องเป็นตัวอย่าง เริ่มประหยัดพลังงานทันที หน่วยงานราชการ Work from Home
โดยสั่งให้หน่วยงานราชการและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เริ่มประหยัดการใช้พลังงานทั้งไฟฟ้าและน้ำมันทันที หน่วยงานราชการต้อง Work from Home เท่าที่สามารถทำได้ เพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์ลง ลดการใช้ไฟฟ้าในหน่วยงานราชการหลัง 17.00 น. เป็นต้นไป พร้อมทั้งปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในที่ทำงานภาครัฐเป็น 26-27°C ทั่วประเทศ เป็นต้น
3) เปิดเผยสถานะปรับแผนความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Contingency Plan) และบริหารราคาอย่างโปร่งใส เป็นธรรม
เร่งหาแหล่งนำเข้าพลังงานสำรอง (Alternative Sourcing) โดยรัฐบาลและปตท. ต้องแสดงความชัดเจนว่าจะนำเข้า LNG จากแหล่งอื่น (เช่น ออสเตรเลีย หรือ สหรัฐฯ) มาทดแทนส่วนที่หายไปจากกาตาร์ได้ทันท่วงทีหรือไม่ และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะบริหารจัดการอย่างไร
รวมทั้งเปิดเผยสถานะกองทุนน้ำมันและงบประมาณอุดหนุนค่าไฟ โดยรัฐบาลควรชี้แจงว่า “หน้าตัก” ที่มีอยู่สำหรับอุดหนุนราคาน้ำมันและค่าไฟ (Ft) จะยื้อได้นานแค่ไหนในภาวะวิกฤตนี้ ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนไปเจอบิลเรียกเก็บค่าไฟที่สร้างความตกใจได้ในเดือนถัดไป
4) การปฏิรูปการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน อย่างแท้จริง
ปัจจุบัน ระบบ Net Billing ที่ประชาชนสามารถขายไฟให้รัฐได้ยังมีข้อจำกัดอยู่ในเชิงปริมาณการรับซื้อจากทางภาครัฐ ซึ่งปัจจุบันโควตาของโครงการดังกล่าวเต็มและไม่ได้มีการขยายการรับซื้อเพิ่ม รัฐบาลจะต้องขยายการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนให้มากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติที่มีราคาผันผวนในปัจจุบัน
รวมถึงต่อยอดระบบซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนให้เป็นระบบ Net Metering เหมือนต่างประเทศ เปลี่ยนจาก “ราคารับซื้อ” เป็น “การหักลบหน่วยไฟฟ้า” (Real Net Metering) ต้องผลักดันให้เป็น “จดหน่วยลบหน่วย” (ผลิตได้เท่าไหร่ เอาไปลบออกจากที่ใช้จริง 1:1) สิ่งนี้จะกระตุ้นให้คนติดตั้งโซลาร์เซลล์ทันทีโดยไม่ต้องรอรัฐอุดหนุน
รวมถึงการใช้ระบบ “จดแจ้ง” แทน “ขออนุญาต” (One Stop Service) เนื่องจากปัจจุบันการติดโซลาร์เซลล์ต้องขออนุญาตหลายหน่วยงาน (กบง., กกพ., การไฟฟ้าฯ, โยธาฯ) ใช้เวลานานมาก รัฐบาลควรเปลี่ยนเป็น ระบบแจ้งเพื่อทราบออนไลน์ หากขนาดติดตั้งไม่เกินที่กำหนด เพื่อความรวดเร็วและลดช่องว่างการในการทุจริต
ประชาสัมพันธ์สิทธิประโยชน์ทางภาษี เรื่องการนำค่าติดตั้งโซลาร์เซลล์มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ เพื่อช่วยลดภาระการลงทุนก้อนแรกให้กับประชาชน ให้ประชาชนรับทราบเป็นวงกว้าง รวมถึงวางแผนการลดการพึ่งพาก๊าซ LNG และพลังงานจากต่างประเทศในระยะยาว เรื่องนี้สำคัญที่สุดที่รัฐบาลยังไม่ได้ทำ
5) รัฐบาลควรเจรจากับบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้า ที่ปล่อยโรงงานไว้เฉยๆ ให้มีการลดค่าพร้อมจ่ายลง เพื่อเป็นตัวช่วยหนึ่งของการตรึงราคาพลังงานไฟฟ้าที่อาจส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนในระยะเร่งด่วน

